อาร์เซนอล

Arsenal ข่าวเด่นวันนี้

อาร์เซน่อล คลิปวิดีโอ

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล Arsenal

Arsenal Winner of BPL 2003-04
Arsenal Winner of BPL 2003-04

อาร์เซนอล ข่าวล่าสุดของ ทีมปืนใหญ่ การซื้อขายนักเตะ ข่าวArsenal ผลสกอร์และโปรแกรมการแข่งขัน

อาร์เซนอล แฟนคลับไทยแลนด์ gunnerthailand รวมข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ Arsenal ของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล มีเว็บบอร์ด ข้อมูลนักเตะ บทความ และอื่นๆ อีกมากมายเกี่ยวกับ อาร์เซนอลล่าสุด

ตารางบอล ของ ทีมอาร์เซนอล แห่งลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทุกแมตช์การแข่งขันและแสดงความยินดี ไปกับทุกความสำเร็จของสโมสรที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายแฟนบอลก็ยังคงหลงรัก และติดตาม ปืนใหญ่ ตารางบอล เฝ้ารอและรอลุ้นทุกการแข่งขันเสมอ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอล

แน่นอนเลยว่าคุณต้องมีทีมฟุตบอลที่คุณหลงรักหรือติดตามมาอย่างยาวนานอย่างแน่นอน รวมถึงการสนับสนุนทีมที่คุณติดตามไม่ว่าจะเป็น ตารางคะแนน ของทีมนั่นคือใจหลักสำคัญของแฟนบอล ในแต่ละฤดูกาล ที่ทำให้คุณต้องกลับเข้ามาเช็ค ตารางการแข่งขันอาร์เซน่อล อยู่เสมอ โดยการแข่งขันนั้นจะวัดผลจาก ตารางคะแนนอาร์เซน่อล แพ้ชนะเพื่อคัดและเข้าไปยังรอบถัดไป

ผลการแข่งขัน ทั้งหมดของ สโมสรอาร์เซนอล Arsenal แห่งลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตลอดทั้งฤดูกาล หรือแม้แต่การแข่งขันฤดูกาลก่อนๆ สามารถเช็คย้อนหลังได้อีกด้วย และยังมีตารางสรุป ผลการแข่งขัน ที่ได้แข่งขันสิ้นสุดไปแล้ว ให้แฟนบอลได้ วิเคราะห์อาร์เซนอล

อีกทั้งยังรวบรวมข้อมูลการย้ายทีม ของเหล่านักเตะในทีม และข้อมูลสถิติการทำประตูของนักเตะ อยากวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ของ Arsenal ก็สามารถเช็คได้ไม่ยากเลย

เรามีข้อมูลเชิงลึกให้ได้วิเคราะห์ เช่น ดาวยิงสูงสุดของทีม Arsenal แห่งลีก Premier League England ที่เรียกได้ว่าฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้อากาศในประเทศไทยเลยทีเดียว และสำหรับใครที่อยากรู้ว่านักเตะในทีมมีใครบ้าง เล่นตำแหน่งใด

ก็สามารถเช็คได้เช่นกัน ผ่านบทความ ข่าวบอล หรือ ผลบอลสด รวมไปถึง ดูบอลสด เช็ค ราคาบอล ก็ยังมี เรียกได้ว่าข้อมูลอัดแน่น ซึ่งทาง GUNNERTHAI ได้พัฒนาระบบหลังบ้านให้สามารถเก็บข้อมูลบิ๊กเดต้า เพื่อที่จะสามารถรวบรวมเก็บข้อมูลให้แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตามรับชมได้อย่างเต็มอิ่ม จุใจกันเลยทีเดียว

ประวัติสโมสร อาร์เซนอล Arsenal สุดยอดทีม อันดับ 1 ของ ลอนดอน(LONDON) ประเทศอังกฤษ

สโมสรฟุตบอล อาร์เซน่อล ก่อตั้งเมื่อปี 1886 (หรือรู้จักกันดีในชื่อ “The Gunners” หรือ “ไอ้ปืนใหญ่”) เป็นทีมจากทางใต้ทีมแรกที่เข้าร่วมฟุตบอลลีกและยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดได้นานที่สุด โดยไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุด เลยตั้งแต่เริ่มการแข่งขันถ้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีมอาร์เซนอล เป็นทีมในพรีเมียร์ลีก ในย่ายฮอลโลเวย์ ที่กรุงลอนดอน

สีประจำสโมสรคือสีแดง-ขาว ปัจจุบันอาร์เซนอลเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่มจี-14 อาร์เซน่อล มีกลุ่มแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมากทั่วโลก โดยมีคู่ปรับสำคัญหลายทีม ไม่ว่าจะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองที่อยู่ไม่ไกลอย่างทอตแนมฮ็อตสเปอร์เมื่อใดที่ทั้งสองทีมมาเจอกันนั้นก็จะเป็นคราวที่สะกดคนดูทั้งลอนดอนเหนือไว้ที่สนามได้เลย อาร์เซนอลเป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษ (มีทรัพย์สินกว่า 600 ล้านปอนด์ในปี 2007)

โดยทีม อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ในฟุตบอลอังกฤษ อาร์เซน่อล มีทีมคู่ปรับร่วมเมืองคือ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ อาร์เซน่อล เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 4 ของโลก ในปี ค.ศ. 2012 โดยมีมูลค่า 1.3 พันล้านเหรียญดอลลาร์ เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดย ชนะเลิศลีกสูงสุด 13สมัย, เอฟเอคัพ 14สมัย (สถิติสูงสุด), ลีกคัพ 2สมัย, เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 16สมัย, ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1สมัย และ อินเตอร์-ซิตีส์แฟส์คัพ 1สมัย อาร์เซน่อล ครองสถิติร่วมโดยอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษยาวนานที่สุดโดยไม่ตกชั้น และอยู่ในอันดับหนึ่งจากผลรวมการจัดอันดับสโมสรในลีกตลอดศตวรรษที่ 20

อาร์เซน่อล จัดตั้งขึ้นใน คริสต์ศักราช 1886 ที่ย่านวูลิช โดยกลุ่มคนงาน 15 คน และก็ใน คริสต์ศักราช 1893 อาร์เซน่อลเป็นสโมสรแรกจากลอนดอนใต้ที่ได้ร่วมแข่งขันในฟุตบอลลีก ต่อมาใน คริสต์ศักราช 1913 สโมสรได้ย้ายมายังลอนดอนเหนือ และก็ย้ายสนามมายัง อาร์เซน่อล สเตเดียมในไฮบิวรี่ ในตอนทศวรรษ 1930 สโมสรชนะเลิศดิวิชั่นหนึ่ง 5 สมัย และเอฟเอคัพ 2 สมัย แล้วก็ในสมัยข้างหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาชนะเลิศบอลลีกรวมทั้งเอฟเอคัพได้ทั้งสองถ้วยเป็นครั้งแรกในช่วงฤดูกาล 1970-71 และก็ทำได้อีกสองครั้งในฤดูกาล 1997-98 และ 2001-02

สโมสร Arsenal ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในสมัยของ อาร์แซน เวงเกอร์ (คริสต์ศักราช 1996-2018) โดยพาทีมชนะการแข่งขันในประเทศได้ 17 รายการ และเป็นกุนซือในชุดที่ชนะพรีเมียร์ลีก ฤดู 2003–04 ซึ่งพวกเขาไม่แพ้กลุ่มใดเลยตลอด 38 นัดหมาย โดยนับว่าเป็นกลุ่มที่ 2 ที่จบการแข่งขันฤดูในลีกสูงสุดของอังกฤษโดยไม่แพ้กลุ่มใดตลอดทั้งฤดู รวมทั้งเป็นกลุ่มเดียวที่ทำสถิติดังที่กล่าวมาแล้วได้สมัยพรีเมียร์ลีก ในตอนนั้น สโมสรยังทำสถิติไม่แพ้ในลีกติดต่อกันเป็นเวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษจำนวน 49 นัด (คริสต์ศักราช 2003-04) และก็เข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 2006

อาร์เซนอลมีทีมคู่ปรับร่วมเมืองในลอนดอนเหนือ คือ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ โดยการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมเรียกว่า ดาร์บีลอนดอนเหนือ อาร์เซนอลเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 7 ของโลก ใน ค.ศ. 2020 ด้วยมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ และยังเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก สโมสรมีคำขวัญทางการคือ “Victory Through Harmony” ซึ่งแปลว่า “ชัยชนะจากความเป็นหนึ่ง”

อาร์เซนอล ยุคแรก (ค.ศ. 1886–1919)

สโมสรฟุตบอล อาร์เซน่อล เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซนอลในแขวงวูลิช กรุงลอนดอน ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาเมื่อปลาย ค.ศ. 1886 ในชื่อ ไดอัล สแควร์ การแข่งขันแรกของทีมคือเกมที่ชนะอีสเทิร์น วันเดอเรอร์ส 6–0 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1886 หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็น รอยัล อาร์เซน่อล และยังคงแข่งขันรายการท้องถิ่นต่อไป ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพและเปลี่ยนชื่อเป็น วูลิชอาร์เซน่อล ใน ค.ศ. 1891

อาร์เซน่อลได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกครั้งแรกใน ค.ศ. 1893 ในดิวิชันสอง จากนั้นใน ค.ศ. 1904 ก็ได้ก้าวขึ้นมาอยู่ดิวิชันหนึ่งเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม สโมสรตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ คับแคบ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ชมน้อยจนทีมประสบกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก นำไปสู่การประกาศขายทีมใน ค.ศ. 1910 โดยมี เฮนรี นอร์ริส นักธุรกิจเข้ามาเทคโอเวอร์ โดยในช่วงแรก นอร์ริสมีความคิดที่จะนำอาร์เซนอลรวบทีมกับสโมสรฟูลัม ซึ่งเขาเป็นเจ้าของทีมอยู่เช่นกัน แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ทำให้นอร์ริสต้องหาที่ตั้งใหม่ให้กับอาร์เซนอล กระทั่งใน ค.ศ. 1913 หลังจากที่ตกชั้นลงสู่ดิวิชันสองนั้น อาร์เซนอลก็ได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ในย่านไฮบิวรี่บริเวณลอนดอนเหนือ และเปิดใช้สนามอาร์เซนอลสเตเดียมอย่างเป็นทางการ ในปีต่อมา สโมสรได้ตัดคำว่า “วูลิช” ออกจากชื่อสโมสรจนเหลือเพียง อาร์เซน่อล มาจนถึงปัจจุบัน[19] หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และฟุตบอลลีกได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ลีกสูงสุดอย่างดิวิชันหนึ่งก็เพิ่มจำนวนทีมเป็น 22 ทีม อาร์เซนอลซึ่งได้อันดับ 5 ของดิวิชันสองในฤดูกาล 1914–15 ได้รับการโหวตเลือกโดยสมาคมให้กลับขึ้นสู่ดิวิชันหนึ่งอีกครั้งในฤดูกาล 1919–20 แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของสมาคมในเหตุการณ์ดังกล่าว “และอาร์เซน่อล ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดอีกเลย”

อาร์เซน่อล เริ่มประสบความสำเร็จ (ค.ศ. 1925–1966)

ต่อมาใน ค.ศ. 1925 อาร์เซน่อล ได้แต่งตั้งให้ เฮอร์เบิร์ต แชปแมน เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งเขาเคยพาฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์คว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 2 สมัย ในฤดูกาล 1923–24 และ 1924–25 และแชปแมนถือเป็นคนแรกที่พาอาร์เซนอลก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในยุคแรก เขาจัดการเปลี่ยนระบบการซ้อมและนำแทคติคใหม่มาใช้ รวมถึงซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทีม เช่น อเล็กซ์ เจมส์ และ คลิฟฟ์ บานติน และยังเป็นผู้ริเริ่มการปรับปรุงระบบไฟในสนามไฮบิวรี่ ทำให้อาร์เซนอลกลายเป็นมหาอำนาจในวงการฟุตบอลอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1930 โดยคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เป็นครั้งแรก เริ่มจากแชมป์เอฟเอคัพสมัยแรกในฤดูกาล 1929–30 และคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้ 2 สมัยในฤดูกาล 1930–31 และ 1932–33 นอกจากนี้ แชปแมนยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟใต้ตินที่อยู่ในย่านนั้นคือ Gillespie Road เป็นสถานี “อาร์เซน่อล” ซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟใต้ดินเพียงแห่งเดียวในสหราชอาณาจักรที่ตั้งชื่อตามสโมสรฟุตบอล

แชปแมน เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคปอดบวมในช่วงต้น ค.ศ. 1934 แต่หลังจากนั้น โจ ชอว์ และ จอร์จ อัลลิสัน ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน พวกเขาพาอาร์เซนอลคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้อีก 3 สมัย และเอฟเอคัพ 1 สมัย อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลก็เริ่มถดถอยลงเรื่อย ๆ ในช่วงปลายทศวรรษเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลอาชีพทุกรายการในอังกฤษต้องยุติลงส่งผลให้สโมสรกลับไปประสบปัญหาการเงินอีกครั้ง

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง ทอม วิทเทคเกอร์ ผู้สืบทอดตำแหน่งของอัลลิสันได้เข้ามาคุมทีม อาร์เซนอลจึงกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้งโดยได้แชมป์ดิวิชันหนึ่งอีก 2 สมัย ในฤดูกาล 1947 และ 1948 และแชมป์เอฟเอคัพอีก 1 สมัย ในฤดูกาล 1949–50 แต่หลังจากนั้น โชคก็เหมือนจะไม่เข้าข้างอาร์เซนอลเท่าไรนัก สโมสรไม่สามารถดึงดูดนักเตะชื่อดังเข้ามาร่วมทีมเหมือนที่เคยทำได้ในช่วงทศวรรษ 1930 โดยในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 อาร์เซนอลกลายเป็นเพียงทีมกลางตารางและไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรเพิ่มได้เลย แม้แต่บิลลี ไรท์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการทีมก็ไม่สามารถนำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้เลยในช่วง ค.ศ. 1962–66

ARSENAL การเปลี่ยนแปลง (ค.ศ. 1966–1986)

อาร์เซนอล เริ่มกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งหลังจากแต่งตั้ง เบอร์ตี มี นักกายภาพบำบัดให้มาคุมทีมใน ค.ศ. 1966 โดยพาทีมเข้าชิงชนะเลิศลีกคัพ 2 สมัยแต่ก็พลาดแชมป์ทั้งสองครั้ง แต่ก็ยังคว้าแชมป์อินเตอร์ซิตี้แฟร์สคัพ (ปัจจุบันยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว) ได้ในฤดูกาล 1969–70 ซึ่งเป็นถ้วยยุโรปใบแรกของสโมสร ตามด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์เป็นครั้งแรก นั่นคือแชมป์ลีกและเอฟเอคัพในฤดูกาล 1970–71 แต่ในทศวรรษต่อมานั้น อาร์เซนอลทำได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์เป็นส่วนมาก โดยได้รองแชมป์ดิวิชันหนึ่งในฤดูกาล 1972–73 ,รองแชมป์เอฟเอคัพในฤดูกาล 1971–72, 1977–78 และ 1979–80 และยังแพ้จุดโทษบาเลนเซียในยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย สโมสรประสบความสำเร็จเพียงถ้วยเดียวในช่วงนี้ก็คือแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาล 1978–79 ในยุคของ เทอร์รี นีล ซึ่งพวกเขาเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปได้ 3–2 ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน และได้รับการกล่าวขวัญกันมากในเรื่องของความคลาสสิกและความตื่นเต้นของเกมนี้

อาร์เซนอล ยุคของ จอร์จ แกรแฮม (ค.ศ. 1986–1995)

การกลับเข้ามาสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งของ จอร์จ แกรแฮม อดีตนักเตะของสโมสร Arsenal ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมใน ค.ศ. 1986 ส่งผลให้สโมสรคว้าแชมป์ได้หลายรายการในยุคที่มี โทนี แอดัมส์ ตำนานกัปตันทีมเป็นผู้เล่นตัวหลัก เริ่มจากแชมป์ลีกคัพในฤดูกาล 1986–87 ตามด้วยแชมป์ดิวิชันหนึ่งในฤดูกาล 1988–89 จากประตูในนาทีสุดท้ายในนัดที่พบกับลิเวอร์พูล และได้แชมป์อีกครั้งในฤดูกาล 1990–91 โดยแพ้ไปเพียงนัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล และยังคว้าแชมป์ดับเบิลแชมป์ด้วยการเป็นแชมป์เอฟเอคัพพร้อมกับลีกคัพได้ในฤดูกาล 1992–93 และคว้าแชมป์ยุโรปใบที่ 2 ได้ในยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพฤดูกาล 1993–94 ด้วยการชนะปาร์มา 1–0 อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของแกรแฮมก็เสื่อมเสียเมื่อมีการเปิดเผยว่าเขาได้รับเงินสินบนจาก รูน ฮาวก์ เอเยนต์ของนักเตะในการซื้อตัวผู้เล่น ส่งผลให้เขาถูกไล่ออกใน ค.ศ. 1995 และบรูซ ริออช เข้ามารับตำแหน่งแทนแต่คุมทีมได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ลาออกไปเนื่องจากขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร Arsenal

ยุคของ อาร์แซน เวงเกอร์ (ค.ศ. 1996–2018)

อาร์แซน เวงเกอร์ เข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 1996–97 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นตำนานผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร โดยอาร์เซนอลจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์และรองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 8 จาก 10 ฤดูกาลแรกที่แวงแกร์เข้ามาคุมทีม เขาเป็นผู้นำแทคติคใหม่ ๆ มาใช้ เปลี่ยนวิธีการซ้อมใหม่ และยังเข้มงวดเรื่องโภชนาการกับนักเตะ รวมถึงมีนโยบายการสร้างทีมด้วยงบประมาณจำกัด อาร์เซนอลจึงคว้าดับเบิลแชมป์ (แชมป์ลีกและแชมป์เอฟเอคัพ) ได้อีกสองครั้ง ในฤดูกาล 1997–98 และ 2001–02 และยังเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพฤดูกาล 1999–00 แต่แพ้จุดโทษกาลาตาซาราย รวมทั้ง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2003–04 โดยไม่แพ้ทีมใดเลยทั้งฤดูกาลจนได้รับฉายาว่า “ผู้ไร้เทียมทาน” (The Invincibles) และทำสถิติไม่แพ้ในลีกติดต่อกันครบ 49 นัด ได้ในฤดูกาลต่อมาซึ่งเป็นสถิติตลอดกาลของประเทศ และยังได้แชมป์เอฟเอคัพเพิ่มใน ค.ศ. 2003 และ 2005 รวมทั้งแชมป์เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์หลายสมัย โดยทีมชุดนั้นประกอบไปด้วยผู้เล่นชั้นนำ เช่น ตีแยรี อ็องรี, ปาทริก วีเยรา, แด็นนิส แบร์คกัมป์, แอชลีย์ โคล และ รอแบร์ ปีแร็ส

เวงเกอร์ พาสโมสรเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 2006 โดยถือเป็นทีมแรกจากกรุงลอนดอนที่เข้าชิงชนะเลิศได้ แต่แพ้บาร์เซโลนา 1–2 จากนั้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2006 อาร์เซนอลก็ได้ยุติประวัติศาสตร์ 93 ปีที่ไฮบิวรีลง โดยการย้ายสนามเหย้ามาเป็นเอมิเรตส์สเตเดียม และยังเข้าชิงลีกคัพได้สองครั้งใน ค.ศ. 2007 และ 2011 แต่แพ้เชลซี และเบอร์มิงแฮม 1–2 ทั้งสองครั้ง และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีก ได้มีการโหวตจากแฟน ๆ ฟุตบอลปรากฏว่า ทีมอาร์เซนอลในฤดูกาล 2002–03 ที่ไม่แพ้ทีมใดตลอดทั้งฤดูกาลได้รับเลือกให้เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ 20 ปีของฟุตบอลอังกฤษ

อาร์เซน่อล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้อีกสองสมัยติตด่อกัน ในฤดูกาล 2013–14 (ชนะฮัลล์ซิตี 3–2) และ 2014–15 (ชนะแอสตันวิลลา 4–0) ก่อนจะทำสถิติได้แชมป์มากที่สุด 13 สมัยในฤดูกาล 2016–17 (ชนะเชลซี 2–1) และเวนแกร์ยังถือเป็นผู้จัดการทีมที่ได้แชมป์เอฟเอคัพมากที่สุด 7 สมัย แต่พวกเขาหลุดจากการจบ 4 อันดับแรกเป็นครั้งแรกในยุคของแวงแกร์ ก่อนที่แวงแกร์จะอำลาสโมสรเมื่อจบฤดูกาล 2017–18 โดยเขาถือเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด (17 รายการ) และคุมทีมยาวนานที่สุด (22 ปี) ของสโมสร

ยุคใหม่ (ค.ศ. 2018–ปัจจุบัน)

อูไน เอเมรี เข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2018–19 และถือเป็นผู้จัดการทีมคนที่สองในประวัติศาสตร์สโมสรที่ไม่ได้มาจากสหราชอาณาจักร โดยพาทีมจบอันดับ 5 และได้รองแชมป์ยูโรปาลีกโดยแพ้เชลซี 1–4 ต่อมา เอเมรีถูกปลดในฤดูกาล 2019–20 และ เฟรียดริก ยุงแบร์ยอดีตผู้เล่นของทีมเข้ามารักษาการแทน จากนั้น มิเกล อาร์เตตา เข้ามาคุมทีม และพาทีมจบอันดับ 8 ซึ่งเป็นอันดับที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ ค.ศ. 1995 แต่ยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้โดยเอาชนะเชลซี 2–1 ต่อมา ในฤดูกาล 2020–21 ทีมยังคงทำผลงานในลีกย่ำแย่ต่อเนื่องและจบอันดับ 8 เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน ไม่ได้ไปแข่งขันฟุตบอลยุโรปในฤดูกาล 2021–22 และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปีที่สโมสรไม่ได้ไปเล่นรายการยุโรป ก่อนจะจบอันดับ 5 ในฤดูกาลต่อมา ทำได้เพียงไปเล่นยูโรปาลีก และตกรอบฟุตบอลถ้วยทุกรายการและ ตอนนี้กำลังจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022-2023

สนามแข่งขันอาร์เซนอล

ในช่วงแรก อาร์เซน่อล ลงเล่นที่สนามย่านวูลิช บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน แต่เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ทำเลที่คับแคบ ไม่สะดวกต่อการเดินทางและจุผู้ชมได้น้อย เฮนรี่ นอร์ริส ผู้บริหารคนใหม่จึงนำทีมย้ายมาสู่ลอนดอนเหนือ และพวกเขาได้เปิดใช้สนาม อาร์เซนอลสเตเดียม ในย่านไฮบิวรี่ เป็นสนามเหย้าอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1913 จนถึง 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2006 โดยมักจะเป็นที่รู้จักในชื่อ ไฮบิวรี่ เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านไฮบิวรี่ และแฟน ๆ มักจะเรียกสนามแห่งนี้ด้วยฉายาน่ารักๆ ว่า “บ้านของฟุตบอล”

อาร์เซน่อล สเตเดียมเริ่มสร้างใน ค.ศ. 1913 บนสนามพักผ่อนของวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งหนึ่ง และมีการปรับปรุงใหม่ครั้งสำคัญ ๆ สองครั้งครั้งแรกในราวทศวรรษที่ 1930 คือการปรับปรุงอัฒจันทน์ด้านตะวันออกและตะวันตก และครั้งที่สองตอนปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 โดยมีการยกเลิกพื้นที่สำหรับการยืนชมเกมทั้งสองข้างสนามออกและทำเป็นที่นั่งทั้งหมดบนอัฒจันทน์ทั้งสี่ด้าน ทำให้สนามจุผู้ชมได้น้อยลงส่งผลให้มีรายได้จากการจำหน่ายตั๋วไม่มากพอ อาร์เซนอลจึงย้ายสนามเหย้าไปอยู่ที่เอมิเรตส์สเตเดียมใน ค.ศ. 2006 ในปัจจุบัน ไฮบิวรี่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นศูนย์รวมอพาร์ทเมนต์และคอนโดมิเนียม ไฮบิวรี่ยังเคยเป็นสนามที่ใช้แข่งขันของทีมชาติอังกฤษและเอฟเอคัพนัดสำคัญ รวมไปถึงกีฬาชกมวย, เบสบอลและคริกเกต นอกจากนี้ สนามยังมีรถไฟใต้ดินผ่านจากสถานี Gillespie Road โดยใน ค.ศ. 1932 สถานีได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรถไฟใต้ดิน Arsenal” ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินเพียงแห่งเดียวของอังกฤษที่ตั้งชื่อตามสโมสรฟุตบอล

สนามเหย้าในปัจจุบันของสโมสรคือ เอมิเรตส์สเตเดียม (Emirates Stadium) หรือ สนามกีฬาเอมิเรตส์ ตั้งอยู่ที่แอชเบอร์ตันโกรฟในฮอลโลเวย์ (Holloway) ลอนดอนเหนือ เปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2006 ความจุ 60,355 ที่นั่ง ถือเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกเป็นรองเพียงโอลด์แทรฟฟอร์ด และเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในลอนดอนรองจากเวมบลีย์และทวิกเคนแฮม เดิมทีสนามนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ แอชเบอร์ตันโกรฟ ก่อนที่จะมีการใช้ชื่อตามข้อตกลงของสายการบินเอมิเรตส์ ผู้สนับสนุนหลักของสโมสร มูลค่าการก่อสร้างของสนามอยู่ที่ 390 ล้านปอนด์

สนามแห่งนี้มีอัฒจันทน์ที่มีหลังคารายล้อมทั้ง 4 ทิศ แต่ไม่มีหลังคาบริเวณพื้นสนาม ออกแบบโดยสถาปนิกจาก HOK Sport ตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรมโดยบริษัท Buro Happold ผู้ควบคุมการสร้างคือ เซอร์ โรเบิร์ต แมคอัลไพน์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตอุตสาหกรรมแอชเบอร์ตันโกรฟเดิม ห่างจากไฮบิวรี สนามเดิมเพียงไม่กี่ร้อยเมตร นอกจากนี้ เอมิเรตส์สเตเดียมยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สุดในบรรดาทีมกีฬาทุกประเภทของสหราชอาณาจัก

เกียรติประวัติ กว่าจะมาเป็นอาร์เซนอล ประวัติสโมสร Arsenal Footbll Club ในทุกวันนี้

(ระดับประเทศ)
ดิวิชั่น 1 และพรีเมียร์ลีก
ชนะเลิศ : 1930–31, 1932–33, 1933–34, 1934–35, 1937–38, 1947–48, 1952–53, 1970–71, 1988–89, 1990–91, 1997–98, 2001–02, 2003–04
รองชนะเลิศ : 1925–26, 1931–32, 1972–73, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2004–05

ดิวิชัน 2
รองชนะเลิศ : 1903–04
เอฟเอคัพ
ชนะเลิศ : 1929–30, 1935–36, 1949–50, 1970–71, 1978–79, 1992–93, 1997–98, 2001–02, 2002–03, 2004–05
รองชนะเลิศ : 1926–27, 1931–32, 1951–52, 1971–72, 1977–78, 1979–80, 2000–01

ลีกคัพ
ชนะเลิศ : 1986–87, 1992–93
รองชนะเลิศ : 1967–68, 1968–69, 1987–88, 2006–07

ชาริตีชิลด์และคอมมิวนิตีชิลด์
ชนะเลิศ : 1930, 1931, 1933, 1934, 1938, 1948, 1953, 1991 (แชมป์ร่วม), 1998, 1999, 2002, 2004
รองชนะเลิศ : 1935, 1936, 1979, 1989, 1993, 2003, 2005

(ระดับทวีปยุโรป)
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
รองชนะเลิศ : 2005–06

ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
ชนะเลิศ : 1993–94
รองชนะเลิศ : 1979–80, 1994–95

อินเตอร์ซิตี้แฟร์คัพ
ชนะเลิศ : 1969–70

ยูฟ่าคัพ
รองชนะเลิศ : 1999–2000

ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ
รองชนะเลิศ : 1994

GUNNERTHAI.COM เว็บไซต์สำหรับชาว อาร์เซน่อล

เราเป็นเว็บไซต์ ข่าวอาร์เซนอล อัพเดท ข่าวปืนใหญ่ อาร์เซนอลล่าสุด เพื่อนำเสนอข่าวใหม่เกี่ยวกับ ทีมอาร์เซนอล สำหรับแฟนคลับของชาวปืนใหญ่โดยเฉพาะ ในเว็บไซต์จะประกอบด้วยข่าว ไฮไลท์การแข่งกัน ตารางการแข่งขัน ตารางบอลวันนี้ คลิปต่างๆ ที่รวมไว้ในที่นี้ที่เดียว

สำหรับเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับ ชาวอาร์เซน่อล (ผู้สนใจและสนับสนุนทีมฟุตบอลอาร์เซนอล) ฉันไม่สามารถระบุเว็บไซต์ที่ตรงกับคำอธิบายที่ระบุได้ เนื่องจากฉันไม่มีข้อมูลที่อัปเดตเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องมาตรฐาน แต่มีเว็บไซต์อย่างหนึ่งที่อาจเป็นทางเลือกได้ นั่นคือเว็บไซต์ทางการของทีมฟุตบอลอาร์เซนอล (Arsenal) ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลที่อยู่ในลีกฟุตบอลอังกฤษ คุณสามารถเข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีมฟุตบอลอาร์เซนอลได้ที่ https://gunnerthai.com/